เข้าใจ “Deep Plane Facelift” แบบลึกถึงโครงสร้าง จากประสบการณ์ของหมอผ่าตัด

Recent News

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดดึงหน้า เพื่อผลลัพธ์ที่เรียบเนียน แนบสนิท และมั่นใจระยะยาว

การดูแลตัวเองหลังดึงหน้า สำคัญไม่แพ้ผลลัพธ์ในห้องผ่าตัด สำหรับหมอ การผ่าตัดดึงหน้าไม่ได้จบแค่ในห้องผ่าตัดนะคะ เพราะ “ครึ่งหนึ่งของผลลัพธ์” มาจากการดูแลหลังผ่าตัดอย่างถูกวิธี หมอเคยพบเคสบางคนที่ผ่าตัดออกมาดีมาก แต่กลับมีภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น ยกของหนักเร็วเกินไป หรือไม่ระวังแผล ดังนั้น หมออยากเล่าให้ฟังถึงการดูแลหลังผ่าตัดดึงหน้า ว่าควรทำอะไร และควรหลีกเลี่ยงอะไร เพื่อให้ทุกคนฟื้นตัวอย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ ทำไมการดูแลหลังดึงหน้าจึงสำคัญมาก? หลายคนคิดว่าดึงหน้าแล้วจบ แต่หมอมองว่า “การดึงหน้าเป็นแค่จุดเริ่มต้น ผลลัพธ์จะสมบูรณ์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังจากนั้นค่ะ” เพราะการผ่าตัดดึงหน้า

Read More »
Deep Plane Facelift คืออะไร?

เข้าใจ “Deep Plane Facelift” แบบลึกถึงโครงสร้าง จากประสบการณ์ของหมอผ่าตัด

Search Recent News Categories เวลาที่หมอได้มีโอกาสปรึกษากับคนไข้ที่สนใจเรื่องการดึงหน้า คำถามหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นเสมอคือ “เทคนิคไหนที่ให้ผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติ?” คำตอบที่หมออยากเล่าให้ทุกคนฟังคือ Deep Plane Facelift คือหนึ่งในเทคนิคที่ได้รับการยอมรับว่าให้ผลลัพธ์แนบเนียน ยาวนาน และยังคงความเป็นตัวเองได้ดีที่สุด บทความนี้ หมอจะอธิบายให้ฟังในแบบที่คนไข้หลายคนเคยได้ยินจากห้องปรึกษา เพื่อให้เข้าใจว่า Deep Plane Facelift จริง ๆ แล้วคืออะไร และทำไมหมอจึงเลือกใช้เป็นแนวทางหลักในการออกแบบการดึงหน้าเฉพาะบุคคลค่ะ Deep

Read More »
การดึงหน้า คือ

การดึงหน้า (Facelift) คืออะไร? เหมาะกับใคร และควรตัดสินใจเมื่อไรดี?

Search Recent News Categories หลายคนที่เข้ามาปรึกษาหมอมักถามว่า “หมอคะ การดึงหน้าจริง ๆ แล้วคืออะไร?” หมอเลยอยากเล่าให้ฟังในบทความนี้ เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นว่า การดึงหน้าไม่ใช่การเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอีกคน แต่คือการ พาคุณย้อนกลับไปในเวอร์ชันที่คุณยังคงเป็นตัวเอง… และมั่นใจในกระจกอีกครั้งค่ะ ดึงหน้า คืออะไร? เข้าใจคำว่า “ดึงหน้า” ให้ลึกกว่าที่เคย “การดึงหน้า” (Facelift หรือ Rhytidectomy )

Read More »

เทคนิคการดึงหน้า มีกี่แบบ? เปรียบเทียบข้อดี–ข้อจำกัดอย่างเข้าใจ ก่อนเลือกแนวทางที่เหมาะกับคุณ

Search Recent News Categories ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้า รู้หรือไม่ว่าในปัจจุบันมีหลายเทคนิคที่ให้ผลลัพธ์ต่างกัน บทความนี้หมอนิวจะมาอธิบายจุดเด่น–ข้อจำกัดของแต่ละเทคนิค เพื่อให้คุณสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าของตัวเองได้มากที่สุด เทคนิคดึงหน้ามีหลายแบบ ไม่ใช่ทุกแบบจะเหมาะกับทุกคน เวลาหมอได้ปรึกษากับคนไข้ หลายคนมักจะถามว่า “มีเทคนิคดึงหน้ากี่แบบคะ?” “อันไหนดีสุด?” หมออยากชวนให้เปลี่ยนคำถามใหม่เป็น “แบบไหนเหมาะกับใบหน้าเรา?” เพราะในความจริง ไม่มีวิธีเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนค่ะ แต่ละเทคนิคมีข้อดีและข้อจำกัดในแบบของตัวเอง ขึ้นอยู่กับว่าใบหน้าเราต้องการอะไร ทำไมต้องเลือกเทคนิคการดึงหน้าให้เหมาะกับตัวเอง? เวลาหมอปรึกษากับคนไข้ที่สนใจดึงหน้า คำถามที่เจอบ่อยมากคือ “มีเทคนิคดึงหน้ากี่แบบคะ?” “เทคนิคนี้ดีกว่าแบบนั้นหรือเปล่า?”

Read More »

Categories

เวลาที่หมอได้มีโอกาสปรึกษากับคนไข้ที่สนใจเรื่องการดึงหน้า คำถามหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นเสมอคือ “เทคนิคไหนที่ให้ผลลัพธ์ที่ดูธรรมชาติ?”

คำตอบที่หมออยากเล่าให้ทุกคนฟังคือ Deep Plane Facelift คือหนึ่งในเทคนิคที่ได้รับการยอมรับว่าให้ผลลัพธ์แนบเนียน ยาวนาน และยังคงความเป็นตัวเองได้ดีที่สุด

บทความนี้ หมอจะอธิบายให้ฟังในแบบที่คนไข้หลายคนเคยได้ยินจากห้องปรึกษา เพื่อให้เข้าใจว่า Deep Plane Facelift จริง ๆ แล้วคืออะไร และทำไมหมอจึงเลือกใช้เป็นแนวทางหลักในการออกแบบการดึงหน้าเฉพาะบุคคลค่ะ

ปรึกษาผ่าตัดดึงหน้า

Deep Plane Facelift คืออะไร? ต่างจากการดึงหน้าแบบทั่วไปอย่างไร?

เมื่อพูดถึงการผ่าตัดดึงหน้า หลายคนอาจนึกถึงการดึงผิวให้ตึงเพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้ว ปัญหาความหย่อนคล้อยที่แท้จริงเกิดขึ้นในชั้นที่ลึกกว่านั้น
Deep Plane Facelift เป็นเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหานี้โดยเฉพาะ โดยการเข้าไปจัดการที่ชั้นกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อยึดภายในใบหน้า ไม่ใช่แค่ผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น
หมออยากพาทุกคนมาทำความเข้าใจว่าเทคนิคนี้แตกต่างจากวิธีดึงหน้าทั่วไปอย่างไร และเพราะเหตุใดจึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่ให้ผลลัพธ์แนบสนิทและดูละมุนมากขึ้นค่ะ

ความแตกต่างจากการดึงหน้าแบบทั่วไป

การดึงหน้าแบบทั่วไป เช่น Skin Only หรือ SMAS Plication จะเน้นการดึงเฉพาะผิวหนัง หรือเย็บชั้นกล้ามเนื้อให้ตึงขึ้น ซึ่งอาจให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดในระยะสั้น แต่ยังไม่สามารถจัดการกับความหย่อนคล้อยที่เกิดจากชั้นลึกของใบหน้าได้อย่างแท้จริง
Deep Plane Facelift จึงแตกต่างตรงที่เข้าไปทำงานในระดับลึก — โดยการเลาะและปลดเส้นยึด (ligament) ที่ยึดโครงสร้างใบหน้าไว้ แล้วเลื่อนเนื้อเยื่อทั้งกลุ่มขึ้นพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ตึงจากผิวด้านนอก

แนวคิดของการยกกระชับในระดับ “โครงสร้างลึก”

เมื่ออายุมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่ผิวหนัง แต่รวมถึงเนื้อเยื่อภายในที่พยุงใบหน้าไว้ด้วย ดังนั้น การดึงหน้าโดยใช้เทคนิค Deep Plane จึงเป็นการเข้าไปแก้ที่โครงสร้างภายในของใบหน้า

  • เข้าไปเลาะเส้นยึด (ligament) ที่ยึดโครงสร้างของใบหน้าไว้
  • ยกชั้นเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ (SMAS) ขึ้น “พร้อมกันเป็นแผ่นเดียว”
  • ไม่ใช้แรงดึงจากผิว ทำให้ใบหน้าไม่แข็งหรือตึง

การยกกระชับในระดับลึกจะคืนโครงสร้างให้กลับมาอยู่ในแนวที่ควรจะเป็น โดยไม่จำเป็นต้องใช้แรงดึงมากจากผิว ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูนุ่มนวลกว่า เหมือนพาคุณย้อนกลับไปในเวอร์ชันที่สดใสขึ้น ไม่ใช่คนใหม่ที่ดูแปลกตา

ภาพแสดงโครงสร้างใบหน้า (ขอขอบคุณข้อมูลจาก Sciencedirect)

ภาพนี้แสดงให้เห็นว่า “ใบหน้าของเราไม่ได้มีแค่ผิวหนังเท่านั้นค่ะ”
แต่จริง ๆ แล้ว ผิวหน้าของเราประกอบด้วย “หลายชั้น” ตั้งแต่ผิวด้านนอกสุด จนถึงชั้นลึกที่เป็นโครงสร้างยึดใบหน้าไว้ทั้งหมด

ฝั่งซ้ายของภาพ จะเห็นว่าผิวหน้าประกอบด้วย 5 ชั้นหลัก ๆ คือ

  1. Skin – ชั้นผิวหนังที่เราเห็น
  2. Subcutaneous – ชั้นไขมันใต้ผิว
  3. Musculo-aponeurotic – กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด (หรือที่เรารู้จักในชื่อ SMAS)
  4. Ligaments – เอ็นที่คอยยึดให้ใบหน้าไม่หย่อนคล้อย
  5. Deep fascia – ชั้นพังผืดลึกและเยื่อหุ้มกระดูก

 

ส่วนฝั่งขวาของภาพจะเห็นว่า ในชั้นลึกของใบหน้า มี “เอ็นจริง (True ligaments)” หลายตำแหน่ง
เช่น Zygomatic และ Masseteric ligaments ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีหน้าที่ยึดผิวหน้าให้คงรูป แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ก็เป็นจุดที่ทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง

 

ปรับโครงหน้าอย่างไรโดยไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็ง

สิ่งที่หมอใส่ใจเสมอคือ ใบหน้าที่เปลี่ยนแล้ว “ยังต้องเป็นตัวเอง”

การใช้เทคนิค Deep Plane จะไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็งหรือตึง เพราะเราไม่ได้ดึงแค่ภายนอก แต่ยกทั้งระบบจากภายใน ทำให้กล้ามเนื้อยังคงเคลื่อนไหวได้เป็นธรรมชาติ และแสดงสีหน้าได้ปกติ

เหมาะกับใครบ้าง?

แม้ว่าเทคนิค Deep Plane Facelift จะให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไปนะคะ ความเหมาะสมของการใช้เทคนิคนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระดับของความหย่อนคล้อย สภาพผิว พื้นฐานใบหน้า หรือแม้กระทั่งประวัติการทำหัตถการมาก่อน

ในหัวข้อนี้ หมอจะช่วยสรุปให้ว่าคนกลุ่มไหนที่มักเหมาะกับ Deep Plane Facelift และสิ่งใดที่ควรพิจารณาร่วมด้วยก่อนตัดสินใจค่ะ

ลักษณะปัญหาที่พบได้บ่อยในเคสที่เหมาะกับ Deep Plane

หมอจะประเมินจากความหย่อนคล้อยเป็นหลักเทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับกลางถึงมาก โดยเฉพาะในตำแหน่งร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือแนวกรอบหน้าที่ไม่ชัด รวมถึงคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูแนบเนียนยาวนาน และไม่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเหมือนทำศัลยกรรมชัดเจน

ช่วงอายุ / สภาพผิว / โครงสร้างใบหน้าที่เหมาะสม

ส่วนใหญ่จะเริ่มเหมาะกับคนที่อายุ 45 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความหย่อนคล้อยที่เริ่มกระทบความมั่นใจในชีวิตประจำวัน แต่ในบางรายอายุยังไม่มาก หากมีโครงสร้างผิวบางและสัญญาณความหย่อนชัดเจน ก็สามารถพิจารณาเทคนิคนี้ได้เช่นกัน

คนที่เคยทำหัตถการมาก่อน หรือเคยดึงหน้าแบบอื่นแล้ว

เคสที่เคยฉีดสารเติมเต็ม หรือเคยทำการดึงหน้ารูปแบบอื่นมา แล้วรู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์ ก็สามารถพิจารณา Deep Plane ได้ โดยต้องผ่านการประเมินโดยละเอียด เพื่อดูว่ามีปัจจัยใดที่อาจส่งผลต่อการผ่าตัดหรือผลลัพธ์หรือไม่

ข้อดีของเทคนิค Deep Plane Facelift

ยกกระชับลึก จึงให้ผลลัพธ์แนบสนิท

การเลื่อนชั้นลึกทั้งหมดขึ้นพร้อมกัน จะช่วยให้โครงสร้างผิวแนบกับแนวโครงหน้าได้อย่างพอดี โดยไม่ต้องดึงตึงจากภายนอกมาก ผลคือ ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงอย่างกลมกลืนกับตัวตนเดิม

ลดการดึงผิวด้านนอกมากเกินไป

เพราะเราทำงานที่ชั้นลึก การดึงชั้นผิวจึงน้อยลง ลดโอกาสเกิดปัญหาแผลตึงเกิน, ผิวบาง, แผลขยาย หรือผิวดูแข็งผิดธรรมชาติได้มาก

ฟื้นตัวได้ดีในระยะยาว

แม้จะต้องใช้เวลาพักฟื้นในช่วงแรก แต่หากเทียบกับความคงตัวของผลลัพธ์และระดับความเป็นธรรมชาติที่ได้แล้ว เทคนิคนี้ถือว่าคุ้มค่าในระยะยาว

ไม่ได้เปลี่ยนคน แต่คืนความสมดุลให้ใบหน้า

ใบหน้าที่ดูหย่อน ไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนทั้งหน้า แต่คือการ “จัดระเบียบใหม่” ให้กลับมาสมดุลโดยไม่เปลี่ยนตัวตน

จุดเด่น

อธิบายเพิ่มเติม

ยกกระชับได้ลึก

แก้ไขความหย่อนคล้อยที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ผิว

ผลลัพธ์แนบกับโครงหน้า

ไม่แข็ง ไม่ดูตึงจากภายนอก

สีหน้าดูเป็นธรรมชาติ

เคลื่อนไหวกล้ามเนื้อได้ปกติ

ฟื้นตัวดีในระยะยาว

แม้พักฟื้นนานช่วงแรก แต่ความคงตัวสูง

 

ข้อจำกัดของเทคนิค Deep Plane Facelift

แม้จะเป็นเทคนิคที่หมอเลือกใช้บ่อยและได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจในหลายเคส แต่แน่นอนว่า Deep Plane Facelift ก็มีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาเช่นกันค่ะ

การผ่าตัดในระดับลึกต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง และบางครั้งอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ หรือไม่สามารถพักฟื้นได้ตามระยะเวลาที่แนะนำ

สรุปเป็นข้อให้เห็นภาพ ดังนี้ค่ะ

  • ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่าเทคนิคทั่วไป
  • ต้องมีช่วงเวลาพักฟื้นที่เหมาะสม
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง หรือไม่สามารถวางยาสลบได้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ Deep Plane Facelift

หมอมองว่า การตัดสินใจทำศัลยกรรม ไม่ใช่เรื่องของ “กล้า” หรือ “ไม่กล้า” แต่เป็นเรื่องของ “เข้าใจมากพอหรือยัง”

การผ่าตัดดึงหน้าด้วยเทคนิค Deep Plane ไม่ใช่การทำสวยเพื่อให้เหมือนใคร แต่คือการยกกระชับใบหน้าให้กลับมาอยู่ในจุดที่สมดุล เหมาะกับตัวเอง และลดผลข้างเคียงให้น้อยที่สุด ในหัวข้อนี้ หมอจะชวนคุณมาทำความเข้าใจสิ่งที่ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแพทย์ การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด หรือความคาดหวังที่ควรมี เพื่อให้การตัดสินใจมั่นใจและปลอดภัยค่ะ

ต้องทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เฉพาะทาง

เพราะเป็นการผ่าตัดลึก ใกล้บริเวณเส้นประสาทสำคัญของใบหน้า จึงต้องทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางที่มีความชำนาญสูง และเข้าใจกายวิภาคเชิงลึกของใบหน้าอย่างแท้จริง

การดูแลหลังผ่าตัด

การดูแลแผลอย่างใกล้ชิด งดออกกำลังกายหรือยกของหนักในช่วง 4–6 สัปดาห์แรก เป็นสิ่งสำคัญมาก หมอมักติดตามอาการหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกเคสฟื้นตัวได้ดีและปลอดภัย

พักฟื้นต้องมีเวลาเพียงพอ

  • ควรต้องพักฟื้นในโรงพยาบาล 1 คืน (หลังการผ่าตัดดึงหน้า)
  • งดกิจกรรมหนัก 3–4 สัปดาห์
  • ผลลัพธ์เริ่มเข้าที่ประมาณ 1–2 เดือน

ความเข้าใจเกี่ยวกับผลลัพธ์

Deep Plane Facelift ไม่ได้เปลี่ยนคุณให้กลายเป็นคนใหม่ แต่คือการย้อนใบหน้าให้ดูสดใสขึ้น โดยยังคงความเป็นตัวเองอยู่ครบถ้วน

Persona Facelift – ทางเลือกของคุณหมอนิว

เพราะใบหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การใช้เทคนิคเดียวกับทุกคนจึงอาจไม่ตอบโจทย์เสมอไป

หมอจึงออกแบบแนวทางที่เรียกว่า “Persona Facelift” ซึ่งใช้เทคนิค Deep Plane เป็นพื้นฐาน แต่จะประเมินและปรับให้เข้ากับโครงสร้างของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นระดับความหย่อนคล้อย ความคาดหวังของคนไข้ หรือจุดที่ต้องเน้นยกมากเป็นพิเศษ

ในหัวข้อนี้ หมออยากแชร์ว่า การออกแบบการผ่าตัดให้เหมาะกับบุคคลนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือการ “ฟัง” และ “เข้าใจ” คนไข้ในทุกมิติจริง ๆ ค่ะ

เพราะใบหน้าทุกคนไม่เหมือนกัน

หมอไม่ใช้เทคนิคเดียวกับทุกคน เพราะปัญหาและความคาดหวังของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
บางคนต้องการยกเฉพาะแก้ม บางคนต้องดูแลเหนียง บางคนต้องดึงพร้อมกับแก้ลำคอ

หมอนิวประเมินและออกแบบแนวทางเฉพาะบุคคล

ก่อนจะวางแผนผ่าตัด หมอใช้เวลาปรึกษาและประเมินแบบละเอียด เพื่อดูว่าแนวทางใดที่ “เหมาะกับคุณที่สุด” ไม่ใช่แค่ “ตามกระแส”

Deep Plane จึงเป็น “พื้นฐาน” แต่ไม่ใช่สูตรตายตัว

แม้หมอจะใช้ Deep Plane เป็นแกนหลัก แต่หมอจะเลือกปรับในแต่ละตำแหน่งตามใบหน้าจริงของคนไข้ เพราะหมอเชื่อว่า ความพอดี คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

สรุป: Deep Plane Facelift คือการยกกระชับที่ลึก แต่ยังคงความละมุนในแบบของคุณ

ศัลยกรรมที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของความงาม แต่คือการคืนความมั่นใจ และพาคุณกลับไปอยู่ในเวอร์ชันที่คุณเคยรู้สึกดีกับตัวเอง หมอหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่า Deep Plane Facelift ไม่ใช่แค่เทคนิค แต่คือแนวคิดการดูแลคนไข้แบบรอบด้าน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่เพียงแค่ “ดูดี” แต่ “รู้สึกดี” ในแบบที่คุณเป็นค่ะ

Tags :
Share This :